เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงหน้าฝน ไรเดอร์และผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกคนต่างรู้ดีว่า นี่คือช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดในการขับขี่ ไม่เพียงแต่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ หรือสภาพถนนที่ลื่นและเต็มไปด้วยน้ำขัง แต่ "รถจักรยานยนต์" คู่ใจของเราก็ต้องแบกรับภาระหนักจากความชื้น คราบโคลน และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้รถเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หรืออาจเกิดเหตุเสียกลางทางได้
เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และยืดอายุการใช้งานของรถให้ยาวนาน วันนี้เราได้รวบรวม เทคนิคการดูแลรักษาและเช็กสภาพรถจักรยานยนต์ในช่วงหน้าฝน แบบเจาะลึกที่ทำตามได้ง่าย ๆ มาฝากกันครับ
ในวันที่ฝนตก ถนนจะมีความลื่นมากกว่าปกติจากคราบน้ำมันและฝุ่นละอองที่ลอยขึ้นมาเหนือน้ำ แถมระยะเบรกยังเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ดังนั้น ระบบเบรกจึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
ตรวจสอบความหนาของผ้าเบรก: ผ้าเบรกที่ใกล้หมดจะสูญเสียประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วเมื่อเจอน้ำและความชื้น
ไล่ความชื้นและทำความสะอาด: หลังจากลุยฝนมา ควรฉีดน้ำล้างทรายหรือเศษโคลนที่เกาะอยู่บริเวณจานเบรกและคาลิปเปอร์เบรกออก เพราะเศษสิ่งสกปรกเหล่านี้อาจเข้าไปขัดถูจนทำให้จานเบรกเป็นรอย หรือทำให้เบรกติดได้
เช็กระดับน้ำมันเบรก: ตรวจสอบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่มีสีคล้ำเข้มจนเกินไป
แรงเสียดทานระหว่างยางกับพื้นถนนจะลดลงอย่างมหาศาลเมื่อถนนเปียก ยางรถจักรยานยนต์จึงต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมรีดน้ำได้ดีที่สุด
ตรวจเช็กดอกยาง: ลองสังเกตสัญลักษณ์สะพานยาง (Tread Wear Indicator) หากดอกยางเหลือน้อยหรือโล้นควรรีบเปลี่ยนทันที เพราะยางที่ไม่มีดอกจะไม่สามารถรีดน้ำได้เลย และจะเกิดอาการเหินน้ำ (Hydroplaning) ทำให้รถเสียการทรงตัวและล้มได้ง่าย
แรงดันลมยางต้องเป๊ะ: ในช่วงหน้าฝน ไม่ควรเติมลมยางแข็งจนเกินไป เพราะจะทำให้หน้าสัมผัสของยางกับถนนลดลง ควรเติมตามมาตรฐานที่คู่มือรถกำหนด หรือลดลงจากเดิมเล็กน้อยประมาณ 1–2 พอนด์ (PSI) เพื่อเพิ่มพื้นที่หน้ายางให้เกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น
ฝนตกหนักมักมาพร้อมกับท้องฟ้าที่มืดครึ้มและละอองน้ำที่บดบังสายตา ระบบไฟจึงไม่ใช่แค่ให้เรามองเห็นทาง แต่มีไว้เพื่อให้รถคันอื่น "มองเห็นเรา" ด้วย
เช็กไฟทุกดวง: ตรวจสอบไฟหน้า (ทั้งไฟสูง-ไฟต่ำ) ไฟท้าย ไฟเบรก และไฟเลี้ยวทั้งสี่ดวงว่าทำงานปกติไหม
ทำความสะอาดโคมไฟ: คราบโคลนที่กระเด็นมาเกาะโคมไฟจะทำให้ความสว่างลดลงอย่างมาก ควรเช็ดทำความสะอาดสม่ำเสมอ
ข้อควรระวัง: หากพบว่ามีน้ำหรือไอน้ำเกาะอยู่ภายในโคมไฟ แสดงว่าเริ่มมีรอยรั่วหรือซีลยางเสื่อมสภาพ ควรรีบแก้ไขเพื่อป้องกันระบบไฟช็อต
สำหรับรถจักรยานยนต์แบบโซ่ (Chain Drive) หน้าฝนคือศัตรูตัวฉกาจ เพราะน้ำฝนจะชะล้างสารหล่อลื่นออกไป แถมทรายและเศษดินยังเข้าไปเกาะติดได้ง่าย
ล้างและเคลือบสม่ำเสมอ: หลังจากขี่รถลุยฝนมาหนา ๆ ควรใช้น้ำสะอาดล้างคราบดินทรายออกจากโซ่ ทิ้งให้แห้ง จากนั้นฉีดน้ำยาหล่อลื่นโซ่ (Chain Lube) เพื่อป้องกันสนิมและลดแรงเสียดทาน
เช็กความตึงของโซ่: โซ่ที่หย่อนเกินไปบวกกับความลื่นจากน้ำ อาจทำให้โซ่ตกร่องหรือขาดได้ง่าย
ปัญหายอดฮิตของรถจักรยานยนต์เวลาลุยน้ำท่วมขังแล้วเครื่องยนต์ดับกลางคัน มักมีสาเหตุมาจาก "น้ำเข้าปลั๊กหัวเทียน"
ตรวจเช็กฝาครอบหัวเทียน (ปลั๊กหัวเทียน): ดูว่ามีรอยแตกหรือฉีกขาดหรือไม่ ซีลยางยังแน่นอยู่ไหม หากปลั๊กหัวเทียนหลวมหรือเสื่อมสภาพ น้ำจะซึมเข้าไปทำให้กระแสไฟรั่ว ส่งผลให้เครื่องยนต์สะดุด จุดระเบิดไม่ติด หรือดับไปดื้อ ๆ
พ่นสเปรย์ไล่ความชื้น: สามารถใช้สเปรย์อเนกประสงค์ (เช่น WD-40 หรือ Sonax) ฉีดพ่นบริเวณปลั๊กหัวเทียนและสายไฟเพื่อป้องกันน้ำและไล่ความชื้นได้
หม้อกรองอากาศทำหน้าที่ดักฝุ่นละอองก่อนนำอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ แต่ในหน้าฝน ละอองน้ำและคราบโคลนอาจเข้าไปอุดตันได้ง่ายขึ้น
เปิดเช็กกล่องกรองอากาศ: หากพบว่าไส้กรองอากาศเปียกชื้นหรือมีคราบโคลนเกาะหนาแน่น จะทำให้อากาศไหลผ่านได้น้อย เครื่องยนต์จะเร่งไม่ขึ้น กินน้ำมันมากกว่าปกติ และอาจมีน้ำหลุดเข้าไปในเครื่องยนต์ได้
เปลี่ยนตามระยะ: หากเป็นไส้กรองแบบกระดาษเคลือบน้ำมันเมื่อเปียกน้ำแล้วจะไม่สามารถเป่าแห้งได้ ต้องเปลี่ยนใหม่ทันที
หลายคนมีความคิดว่า "เดี๋ยวฝนก็ตกอีก จะล้างไปทำไม" นี่คือความคิดที่ทำร้ายรถอย่างรุนแรง เพราะน้ำฝนในปัจจุบันมีความเป็นกรดอ่อน ๆ แถมยังมีคราบเกลือ ดิน และสารเคมีจากท้องถนนผสมอยู่
ล้างน้ำเปล่าทันที: เมื่อถึงบ้านหรือที่หมาย หากยังไม่มีเวลาล้างรถแบบเต็มรูปแบบ อย่างน้อยควรใช้น้ำสะอาดฉีดไล่คราบโคลนและน้ำฝนออกจากตัวรถ โดยเฉพาะบริเวณใต้ท้องรถ เครื่องยนต์ โช้คอัพ และล้อ
เช็ดให้แห้ง: การปล่อยให้รถแห้งเองจะทำให้เกิดคราบน้ำ และความชื้นที่ค้างอยู่ตามซอกมุมจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ "สนิม"
| ชิ้นส่วน | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ | ความถี่ในการดูแล |
| ยางรถยนต์ | ความลึกของดอกยาง และแรงดันลมยาง | ทุก ๆ 1 สัปดาห์ |
| ระบบเบรก | ความหนาของผ้าเบรก และล้างเศษดินทราย | ทุกครั้งหลังลุยฝนหนัก |
| โซ่ขับเคลื่อน | ล้างทำความสะอาดและฉีดน้ำยาหล่อลื่น | ทุก ๆ 200-300 กม. หรือหลังลุยฝน |
| ระบบไฟส่องสว่าง | ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟเบรก | ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง |
| ปลั๊กหัวเทียน | รอยร้าวของพลาสติกและความแน่นของซีลยาง | เดือนละ 1 ครั้ง หรือหลังลุยน้ำท่วม |
50/3-5 Phahonyothin Rd. Nong Kae Saraburi 18140 Thailand
036-371622, 036-371214
sales_numsilp@hotmail.com
@numsilp
Copyright © 2023. Numsilp. All Rights Reserved.
Lorem Ipsum has been the standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five
1. industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text ever since the 1500s,
2. when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book.
3. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic simply dummy text of the
4. printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text
5. ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a
6. type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic
ดำเนินการสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว wwww.numsilp.com
หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติ่มได้ที่ โทร 036-371622, 036-371214 หรือติดต่อผ่านเมนู ส่งข้อความถึงผู้ดูแลระบบ
ขอบคุณที่ไว้วางใจ และเลือกใช้บริการกับเรา