บรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เปรียบเสมือน "พายุลูกใหม่" ที่พัดเข้ามาในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ในขณะที่ค่ายรถยนต์กำลังฝุ่นตลบกับสงครามราคา EV ตลาดรถจักรยานยนต์กลับเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งกว่านั้น เพราะนี่คือยานพาหนะของ "ฐานเสียง" กลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ
จากการวิเคราะห์นโยบายหาเสียงและปฏิกิริยาของตลาด นี่คือ 5 ปรากฏการณ์ที่การเลือกตั้งครั้งนี้ได้เปลี่ยนตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไทยไปตลอดกาล
ในอดีต นโยบายหาเสียงมักเน้นไปที่ภาคเกษตรหรือค่าแรงขั้นต่ำ แต่ปี 2569 เราได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ที่พรรคการเมืองพุ่งเป้าไปที่ "กลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ประกอบอาชีพ" โดยตรง
โครงการ "คนละครึ่ง" ภาคขนส่ง: นโยบายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการขยายสิทธิโครงการรัฐ (ลักษณะคล้าย "คนละครึ่งพลัส") ให้ครอบคลุมกลุ่มพี่วินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งไม่ได้แค่ช่วยลดค่าครองชีพ แต่เป็นการ "ดึงแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบ" เพื่อแลกกับสวัสดิการ ทำให้ยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ป้ายเหลือง (สาธารณะ) มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นหลังการเลือกตั้ง
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อเปลี่ยนรถ: หลายพรรคชูนโยบาย "มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท" หรือสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษสำหรับไรเดอร์ นโยบายนี้กำลังจะฆ่าตลาดรถมือสองสภาพเน่า แล้วแทนที่ด้วยรถ EV ราคาประหยัดจากจีนที่หลั่งไหลเข้ามา
ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดของการเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่เป็น "ความยากในการออกรถ" ที่เพิ่มขึ้น
Rejection Rate พุ่งแตะ 30%: แม้พรรคการเมืองจะโฆษณาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่ในความเป็นจริง สถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) กลับระมัดระวังตัวแจ เพราะกลัว "หนี้เสีย" (NPL) จากนโยบายพักหนี้ต่างๆ ข้อมูลปี 2568-2569 ชี้ว่ายอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงถึง 25-30% เป็นประวัติการณ์
กฎหมายเช่าซื้อฉบับใหม่: รัฐบาลใหม่ต้องสานต่อภารกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามากำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อ (Leasing) เต็มรูปแบบ ซึ่งเริ่มบังคับใช้จริงจังช่วงต้นปี 2569 ผู้ประกอบการไฟแนนซ์ห้องแถวกว่า 3,000 รายต้องเข้ารายงานตัว ผลที่ตามมาคือ "เงินดาวน์ 0% จะหายไป" การออกรถมอเตอร์ไซค์จะมีความเข้มงวดเรื่องเอกสารรายได้เทียบเท่าการซื้อรถยนต์ ทำให้ตลาดกลุ่มรากหญ้าชะลอตัวลงในระยะสั้น
การเลือกตั้ง 2569 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (EV Bike) เติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ใช่เพราะคนไทยรักษ์โลกขึ้น แต่เพราะ "ส่วนลด" และ "นโยบายรัฐ"
สงครามนโยบาย EV 3.5: ต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน นโยบายอุดหนุนส่วนลด 5,000 - 10,000 บาท สำหรับมอเตอร์ไซค์ EV กลายเป็น "ของตาย" ที่ทุกพรรคต้องสานต่อ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังเลือกตั้งคือการผลักดัน "Ecosystem" เช่น การบังคับให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจต้องใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 100%
จีนบุกหนักรับรัฐบาลใหม่: ทันทีที่มีความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง แบรนด์รถ EV จากจีน (เช่น Zontes, Zeeho และแบรนด์ใหม่ๆ) ได้เร่งเปิดตัวโมเดลใหม่และโรงงานประกอบในไทย เพื่อรองรับนโยบายสนับสนุนการผลิตในประเทศ ทำให้ปี 2569 จะเป็นปีที่เราเห็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำๆ วิ่งเกลื่อนเมือง ในราคาที่ชนกับรถน้ำมันรุ่นเริ่มต้น (40,000 - 50,000 บาท)
ผลจากการเลือกตั้งและสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดมอเตอร์ไซค์ไทยถูกฉีกออกเป็น 2 ขั้วชัดเจนยิ่งขึ้น:
กลุ่ม Mass Market (เน้นใช้งาน/ทำมาหากิน): จะได้รับผลกระทบจากความเข้มงวดของไฟแนนซ์มากที่สุด คนกลุ่มนี้จะชะลอการซื้อรถใหม่ และหันไปซ่อมรถเก่า หรือรอนโยบาย "แจกเงิน/ลดหนี้" จากรัฐบาลใหม่อย่างใจจดใจจ่อ
กลุ่ม Lifestyle/Premium (เน้นภาพลักษณ์): ไม่ได้รับผลกระทบจากการเลือกตั้งหรือเศรษฐกิจมากนัก กลุ่มนี้ยังคงเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มรถ Scooter พรีเมียม (Vespa, Giorno+, Grand Filano) และ Big Bike เพราะผู้ซื้อมีเครดิตดี และมองหารถเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์มากกว่าความจำเป็น
หลังผ่านพ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยไม่ได้ต้องการแค่ "เงินอุดหนุน" แต่ต้องการ "ความชัดเจน" ผู้ประกอบการและผู้บริโภคต่างรอดูว่า รัฐบาลใหม่จะจัดการกับปัญหา "หนี้ครัวเรือน" ที่กดทับกำลังซื้ออยู่อย่างไร และจะสร้างสมดุลระหว่างการปกป้องผู้ผลิตชิ้นส่วนรถน้ำมันในประเทศ (Supply Chain เดิม) กับการเปิดรับคลื่นสึนามิรถ EV จากจีนได้อย่างไร
กล่าวโดยสรุป: การเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้ตลาดรถมอเตอร์ไซค์ "ซื้อง่ายขึ้น" ด้วยโปรโมชั่นทางการเมือง แต่ "กู้ยากขึ้น" ด้วยกลไกทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือ มันได้เปลี่ยนมอเตอร์ไซค์จากแค่ยานพาหนะ ให้กลายเป็น "เครื่องมือทางการเมือง" ที่ทรงพลังที่สุดในการเข้าถึงกระเป๋าเงินและหัวใจของคนไทยระดับรากหญ้า
50/3-5 Phahonyothin Rd. Nong Kae Saraburi 18140 Thailand
036-371622, 036-371214
sales_numsilp@hotmail.com
@numsilp
Copyright © 2023. Numsilp. All Rights Reserved.
Lorem Ipsum has been the standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five
1. industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text ever since the 1500s,
2. when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book.
3. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic simply dummy text of the
4. printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text
5. ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a
6. type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic
ดำเนินการสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว wwww.numsilp.com
หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติ่มได้ที่ โทร 036-371622, 036-371214 หรือติดต่อผ่านเมนู ส่งข้อความถึงผู้ดูแลระบบ
ขอบคุณที่ไว้วางใจ และเลือกใช้บริการกับเรา